ปวดเอ็นร้อยหวาย (Achilles Tendon Pain) — สาเหตุ อาการ การรักษา และวิธีป้องกัน

 


ปวดเอ็นร้อยหวาย (Achilles Tendon Pain) — สาเหตุ อาการ การรักษา และวิธีป้องกัน

อาการปวดบริเวณเอ็นร้อยหวายด้านหลังข้อเท้า เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก ทั้งในผู้ที่ออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ คนที่เดินเยอะ ใส่รองเท้าไม่เหมาะ หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังเลยก็เกิดขึ้นได้

หลายคนปล่อยทิ้งไว้นานจนปวดเรื้อรัง เดินแล้วเจ็บ ขึ้น–ลงบันไดไม่สะดวก หรือบางคนเจ็บจนเดินกะเผลก แต่ข่าวดีคือ… หากรู้สาเหตุและดูแลถูกวิธี อาการเหล่านี้ดีขึ้นได้อย่างมาก และป้องกันการอักเสบซ้ำได้ครับ

บทความนี้หมอเขียนให้เข้าใจง่ายตามสไตล์ “หมอเก่งให้ความรู้” เพื่อให้ผู้ปวดเอ็นร้อยหวายดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องที่สุด

เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว

คุณสมนึก อายุ 58 ปี ชอบเดินออกกำลังกายทุกเช้า แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาเริ่มเจ็บตรงส้นเท้าด้านหลัง โดยเฉพาะหลังตื่นนอนหรือหลังเดินนาน ๆ ตอนแรกคิดว่าไม่เป็นไร แต่พอปล่อยไว้เริ่มเจ็บขึ้นเรื่อย ๆ จนเช้าวันหนึ่งก้าวลงจากเตียงแล้วปวดจี๊ดจนต้องหยุดเดินทันที

เมื่อมาตรวจพบว่าเป็น เอ็นร้อยหวายอักเสบจากการใช้งานมากเกินไป ร่วมกับรองเท้าที่พื้นแข็ง ทำให้เอ็นต้องรับแรงมากกว่าปกติ

หลังปรับรองเท้า ยืดเหยียดสม่ำเสมอ และทำกายภาพตามโปรแกรม 4–6 สัปดาห์ อาการของคุณสมนึกดีขึ้นจนกลับมาเดินออกกำลังกายได้ตามปกติ

เอ็นร้อยหวายคืออะไร?

เอ็นร้อยหวายคือเส้นเอ็นขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังขา เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อน่องกับส้นเท้า ทำหน้าที่สำคัญในการ:

  • เดิน
  • วิ่ง
  • กระโดด
  • ยืนเขย่ง

เมื่อเส้นเอ็นนี้อักเสบ จะทำให้ทุกการก้าวเดินรู้สึกเจ็บ แสบ ตึง หรือปวดจี๊ดขึ้นมาได้

สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดเอ็นร้อยหวาย

1) ใช้งานมากเกินไป (Overuse)

เช่น เดินเยอะ วิ่งเยอะ กระโดดบ่อย หรือเพิ่มกิจกรรมเร็วเกินไป

2) เอ็นร้อยหวายตึง

กล้ามเนื้อน่องตึง ทำให้เอ็นร้อยหวายถูกดึงตลอดเวลา เกิดการอักเสบง่าย

3) รองเท้าไม่เหมาะสม

  • พื้นบางเกินไป
  • รองเท้าสึก
  • ส้นเตี้ยเกินไป
  • ไม่มีแรงซัพพอร์ต

4) น้ำหนักตัวมาก

ทำให้เอ็นร้อยหวายต้องรับแรงมากขึ้น

5) ข้อเท้าผิดรูปหรือท่าทางการเดินไม่เหมาะสม

เช่น เท้าแบน เอียงเท้าเข้าด้านในมากเกินไป

6) ไขมันในเลือดสูง / โรคประจำตัวบางชนิด

เพิ่มความเสี่ยงให้เอ็นอักเสบได้ง่ายขึ้น

อาการที่บ่งบอกว่าเป็นเอ็นร้อยหวายอักเสบ

  • ปวดบริเวณด้านหลังข้อเท้า
  • ปวดตอนเช้าเป็นพิเศษ ก้าวแรกเจ็บมาก
  • ปวดมากเวลาขึ้น–ลงบันได
  • เจ็บหลังออกกำลังกาย
  • ตึงน่อง
  • คลำแล้วเจ็บเฉพาะจุด
  • บางรายอาจมีเสียงลั่น หรือคล้ายเสียด ๆ เวลาขยับข้อเท้า

ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน อาจเสี่ยงเส้นเอ็นฉีกหรือขาดได้ ซึ่งต้องรักษานานขึ้นมากครับ

การตรวจวินิจฉัย

✔ ตรวจร่างกาย

หมอจะกดหาตำแหน่งเจ็บ ตรวจการเคลื่อนไหว และวัดความตึงของเส้นเอ็น

✔ อัลตราซาวด์ (Ultrasound)

ช่วยดูความหนา การอักเสบ หรือมีรอยฉีกของเอ็นแบบ Real-time

✔ MRI (เฉพาะราย)

ใช้กรณีมีอาการเรื้อรังหรือสงสัยว่าเอ็นร้อยหวายมีรอยฉีกบางส่วน

การรักษาอาการปวดเอ็นร้อยหวาย

หมอแบ่งเป็น 4 ช่วงเพื่อให้ทำตามง่าย

1) ช่วงอักเสบ (1–2 สัปดาห์แรก)

  • พักการเดินหรือวิ่งหนัก
  • ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 2 ครั้ง
  • ยาลดอักเสบตามอาการ (เฉพาะที่จำเป็น)
  • ปรับรองเท้าให้พื้นนุ่ม มีส้นรองรับเล็กน้อย
  • หลีกเลี่ยงการยืนบนปลายเท้า

2) ช่วงฟื้นตัว (สัปดาห์ที่ 2–6)

  • เริ่มยืดเหยียดน่องวันละ 2–3 รอบ
  • ฝึกกล้ามเนื้อน่องค่อยเป็นค่อยไป
  • ทำกายภาพบำบัด เช่น อัลตราซาวด์ลดอักเสบ คลื่นไฟฟ้ากระตุ้น
  • เดินเบา ๆ แทนการวิ่ง

3) ช่วงเสริมความแข็งแรง (หลัง 6 สัปดาห์)

ท่าบริหารสำคัญ:

  • ยืนยืดน่องบนขอบขั้นบันได
  • ฝึกยืนเขย่งช้า ๆ 10–15 ครั้ง
  • ฝึกลงน้ำหนักตามลำดับ

การทำอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันอาการกลับมาเป็นซ้ำได้ดีมาก

4) การฉีดยาเฉพาะจุดแบบอัลตราซาวด์นำทาง (ในบางราย)

ใช้ในกรณีที่อักเสบเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นจากการพักหรือกายภาพ หมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งที่อักเสบแล้วฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด ทำให้ปลอดภัยและได้ผลมากขึ้น

วิธีป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

  • ยืดกล้ามเนื้อน่องก่อนและหลังเดินหรือออกกำลังกาย
  • เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม มีแรงซัพพอร์ต
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่มระดับการออกกำลังเร็วเกินไป
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • หลีกเลี่ยงยืนบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน
  • ฟื้นฟูท่าทางการเดินให้เหมาะสม

หมออยากบอกว่า…

อาการปวดเอ็นร้อยหวายเป็นเรื่องที่รักษาได้ดีมาก หากเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ และกลับมาเดินหรือออกกำลังกายได้ตามปกติ

แต่ถ้าปล่อยไว้จนเรื้อรัง จะรักษายากขึ้น และอาจเสี่ยงต่อการฉีกของเอ็น ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าเดิมมากครับ

หากเริ่มมีอาการปวดแปล๊บ ตึง หรือเจ็บตอนเหยียบพื้น ไม่ควรฝืน ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่แรกนะครับ 😊

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเอ็นร้อยหวาย #เอ็นร้อยหวายอักเสบ #ปวดส้นเท้า #ปวดข้อเท้า #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ



Comments

Popular posts from this blog

ผู้ชายวัย 42 ปี ปวดเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างหลังเล่นฟุตบอล อันตรายไหม ควรรักษาอย่างไร?

เอ็นร้อยหวายอักเสบเรื้อรัง... ภัยเงียบของคนชอบวิ่ง