ปุ่มนูนหลังส้นเท้า... ยิ่งวิ่งยิ่งเจ็บ! ใช่ "กระดูกงอก" ที่คุณสงสัยหรือเปล่า? (Haglund’s Deformity)
ปุ่มนูนหลังส้นเท้า... ยิ่งวิ่งยิ่งเจ็บ! ใช่ "กระดูกงอก" ที่คุณสงสัยหรือเปล่า? (Haglund’s Deformity)
คุณเคยสังเกตไหมครับ? ว่าที่ด้านหลังส้นเท้าของเรา (ตรงจุดที่ขอบรองเท้าหุ้มส้นชนพอดี) มีปุ่มแข็งๆ นูนออกมา ยิ่งใส่รองเท้าผ้าใบวิ่ง หรือรองเท้าคัทชูที่คับๆ ปุ่มนี้จะเสียดสีจนแดงเถือก และเจ็บแปล๊บเข้าไปถึงเส้นเอ็นร้อยหวาย จนหลายคนถอดใจไม่อยากวิ่งต่อ
คำถามจากคุณ @OhhaoH HaohhaoH ที่ถามมาว่า "เป็นหินปูนหรือกระดูกงอกตรงส้นเท้า ใกล้เอ็นร้อยหวาย เดินหรือวิ่งแล้วเจ็บ รักษาอย่างไร?" เป็นคำถามที่ยอดเยี่ยมและเป็นปัญหายอดฮิตของนักวิ่งและคนที่ชอบใส่รองเท้าส้นแข็งเลยครับ วันนี้หมอเก่งจะพามาเจาะลึกโรคนี้กันครับ
"หมอครับ ผมเป็นรองช้ำหรือเปล่า ทำไมมันปวดข้างหลังส้นเท้า?"
วันก่อนมีนักวิ่งท่านหนึ่ง ชื่อคุณโอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี เป็นคนชอบวิ่งมาราธอน เดินเข้ามาด้วยท่าทางเดินเขย่งๆ แกถอดรองเท้าให้ดู พบว่าที่หลังส้นเท้าขวามีปุ่มกระดูกนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังบริเวณนั้นแดงและหนาตัวขึ้น
"ผมไปนวดก็แล้ว ยืดเหยียดก็แล้ว แต่มันเจ็บจี๊ดตรงปุ่มนี้ทุกทีที่ใส่รองเท้าวิ่งครับหมอ ยิ่งตอนออกตัววิ่งใหม่ๆ นะ น้ำตาแทบไหล"
หมอจับดูแล้วบอกเลยว่า "คุณโอไม่ได้เป็นรองช้ำ (Plantar Fasciitis) ที่เจ็บฝ่าเท้านะครับ แต่อันนี้เขาเรียกว่า 'โรคฮากลันด์' (Haglund's Deformity) หรือปุ่มกระดูกงอกที่กระดูกส้นเท้าครับ"
ความจริงของ "ปุ่มกระดูก" หลังส้นเท้า
หลายคนเข้าใจผิดว่ามันคือ "หินปูนเกาะ" เหมือนหินปูนเกาะฟัน แล้วจะไปขูดออกได้ง่ายๆ แต่ความจริงคือ "กระดูกส้นเท้าของคุณมันโตขึ้นและยื่นออกมา" ครับ
ลองจินตนาการว่ากระดูกส้นเท้าเราเหมือนรูปตัว L นอนหงาย ส่วนที่ยื่นขึ้นมาคือจุดเกาะของเอ็นร้อยหวาย ถ้ากระดูกตรงมุมนี้มันแหลม หรือปูดออกมา มันจะไป "ทิ่ม" หรือ "เสียดสี" กับเอ็นร้อยหวาย (Achilles Tendon) ที่พาดผ่านอยู่ ยิ่งเราวิ่งหรือเดิน เอ็นก็จะถูไปถูมากับกระดูกที่ปูดนี้ จนเกิดการอักเสบ บวม และเจ็บปวดทรมานครับ
เจาะลึกโรคปุ่มกระดูกงอกหลังส้นเท้า (Haglund’s Deformity)
1. โรคนี้เกิดจากอะไร?
- โครงสร้างเท้า: คนที่มีอุ้งเท้าสูง (High Arch) จะทำให้กระดูกส้นเท้าเอียงจนมุมด้านหลังไปชนกับเอ็นร้อยหวายง่ายขึ้น
- รองเท้า (ตัวการสำคัญ): การใส่รองเท้าที่ "ขอบแข็ง" หรือรัดส้นแน่นเกินไป (Pump Bump) ทำให้เกิดแรงกดทับที่กระดูกส้นเท้าซ้ำๆ ร่างกายจึงสร้างกระดูกงอกขึ้นมาเพื่อรับแรงกระแทก (เหมือนมือด้านนั่นแหละครับ แต่เป็นที่กระดูก)
- เอ็นร้อยหวายตึง: ทำให้แรงกดที่จุดเกาะกระดูกสูงขึ้น
2. อาการเป็นอย่างไร?
- ปุ่มนูน: มีปุ่มแข็งที่หลังส้นเท้า (คลำได้ชัดเจน)
- เจ็บ: เจ็บตรงจุดที่นูน โดยเฉพาะเวลาใส่รองเท้าหุ้มส้น
- บวมแดง: ผิวหนังบริเวณนั้นอาจแดง อักเสบ หรือมีถุงน้ำ (Bursa) อักเสบร่วมด้วย
- เจ็บตอนเริ่มเดิน: คล้ายๆ รองช้ำ คือตื่นนอนหรือเริ่มเดินก้าวแรกๆ จะเจ็บ แล้วอาจดีขึ้นนิดหน่อยพอเดินไปสักพัก แต่ถ้าวิ่งนานๆ จะกลับมาเจ็บหนักกว่าเดิม
3. หมอตรวจอย่างไร?
- X-ray (ท่าด้านข้าง): จะเห็นชัดเจนเลยว่ากระดูกส้นเท้าด้านหลังมันยื่นแหลมออกมา หรือมีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น
- MRI: ในรายที่เรื้อรัง หมออาจส่งทำ MRI เพื่อดูว่าเส้นเอ็นร้อยหวาย "เปื่อย" หรือ "ฉีกขาด" ไปด้วยหรือยัง (Insertional Achilles Tendinosis)
แนวทางการรักษา (ไม่ต้องผ่าตัดก็หายได้!)
การรักษาแบ่งเป็น 2 ระยะครับ คือระยะอักเสบ และระยะยาว
1. ระยะเจ็บจี๊ด (Acute Phase)
- พักการวิ่ง: ต้องยอมพักกิจกรรมที่กระแทกหรือเสียดสีครับ (เปลี่ยนไปว่ายน้ำแทนชั่วคราว)
- เปลี่ยนรองเท้า: นี่คือหัวใจสำคัญ! ให้ใส่ "รองเท้าเปิดส้น" (รองเท้าแตะ) หรือรองเท้าผ้าใบที่ขอบนิ่มมากๆ เพื่อลดการเสียดสีที่ปุ่มกระดูก
- ประคบเย็น: ครั้งละ 15-20 นาที ตรงจุดที่บวมแดง
- ยา: ยาแก้ปวดลดอักเสบ (NSAIDs) ช่วยได้ในระยะสั้น
2. การรักษาเพื่อให้หายขาด (ไม่ต้องผ่าตัด)
- แผ่นรองส้นเท้า (Heel Lift): ใส่แผ่นซิลิโคนหนุนส้นเท้าให้สูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อ "ลดความตึง" ของเอ็นร้อยหวาย ไม่ให้มันไปสีกับกระดูกมากเกินไป
- กายภาพบำบัด:
- ยืดเหยียดน่อง (Calf Stretching): เพื่อลดความตึงของเอ็นร้อยหวาย (แต่ต้องทำถูกท่า ไม่ดันส้นเท้าจนเจ็บ)
- Shockwave Therapy (คลื่นกระแทก): พระเอกของงานนี้! การยิงคลื่นกระแทกไปที่จุดเกาะเส้นเอ็น จะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพ และลดปวดได้ดีมาก (ได้ผลดีกว่ากินยา)
- เลี่ยงการฉีดสเตียรอยด์: ⚠️ คำเตือน! หมอไม่แนะนำให้ฉีดสเตียรอยด์เข้าบริเวณเอ็นร้อยหวายโดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงทำให้ "เอ็นขาด" ได้ง่ายมากครับ
3. การผ่าตัด (Surgery)
จะทำเมื่อรักษาทุกวิธีแล้วไม่หาย เกิน 6 เดือน
- ผ่าตัดปาดกระดูก (Calcanoplasty): คือการผ่าเข้าไป "เฉือน" เอาปุ่มกระดูกที่ยื่นออกมานั้นทิ้งไป
- ซ่อมแซมเส้นเอ็น: ถ้าเอ็นร้อยหวายเสื่อมสภาพมาก หมออาจต้องเลาะเอ็นส่วนเสียออกแล้วเย็บซ่อมใหม่
พยากรณ์โรค
โรคนี้รักษาหายได้ครับ แต่ต้องใช้เวลาและความอดทน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนรองเท้าและการยืดเหยียด ถ้าทำต่อเนื่อง อาการเจ็บจะค่อยๆ หายไป แม้ปุ่มกระดูกจะยังอยู่ แต่ถ้ามันไม่เสียดสี มันก็จะไม่เจ็บครับ
สรุป
อาการที่คุณ @OhhaoH HaohhaoH เป็น น่าจะเป็น Haglund's Deformity ร่วมกับเอ็นร้อยหวายอักเสบครับ เบื้องต้นหมอแนะนำให้:
- เปลี่ยนรองเท้า เลี่ยงคู่ที่ขอบแข็งชนส้นเท้า
- หา แผ่นรองส้นเท้า มาใส่
- ลองปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือกระดูกและข้อ เพื่อทำ Shockwave ครับ
อย่าปล่อยไว้นานจนเอ็นเปื่อยนะครับ เพราะเดี๋ยวเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ (เอ็นขาด) ได้ครับ เป็นกำลังใจให้กลับมาวิ่งได้ไวๆ นะครับ!
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#เจ็บส้นเท้า #ปวดเอ็นร้อยหวาย #กระดูกงอกส้นเท้า #HaglundDeformity #นักวิ่งเจ็บส้นเท้า #Shockwave #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเท้า
References
- Vaishya R, Agarwal AK, Azizi AT, Vijay V. Haglund's Syndrome: A Commonly Seen Mysterious Condition. Cureus. 2016;8(10):e820. (สรุป: ภาพรวมของโรค Haglund's syndrome สาเหตุ และแนวทางการรักษาทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด)
- Sofka CM, Adler RS, Positano R, Pavlov H, Luchs JS. Haglund's syndrome: diagnosis and treatment using sonography. HSS J. 2006;2(1):27-29. (สรุป: การใช้อัลตราซาวด์ช่วยวินิจฉัยและระบุตำแหน่งการอักเสบของถุงน้ำและเส้นเอ็นบริเวณส้นเท้า)
- Wiegerinck JI, Kok AC, van Dijk CN. Surgical treatment of chronic retrocalcaneal bursitis. Arthroscopy. 2012;28(2):283-293. (สรุป: การเปรียบเทียบผลการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องและการผ่าตัดแบบเปิด ในกรณีที่การรักษาแบบประคับประคองไม่ได้ผล)
- Saxena A, et al. Treatment of Haglund's deformity/retrocalcaneal bursitis. J Foot Ankle Surg.(สรุป: แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดส้นเท้าด้านหลังจากกระดูกงอก เน้นการปรับรองเท้าและการกายภาพ)
- Myerson MS, McGarvey W. Disorders of the insertion of the Achilles tendon and Achilles tendinitis. J Bone Joint Surg Am. 1998. (สรุป: ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิสภาพที่จุดเกาะเอ็นร้อยหวาย ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับกระดูกส้นเท้าที่ยื่นออกมา)
Comments
Post a Comment